
Papillon ปาปิญอง (1973)
กำกับโดย Franklin J. Schaffner
นำเเสดงโดย Steve McQueen, Dustin Hoffman
ค่าย Warner Bros.
ความยาว 150 นาที
หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังเก่าเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก ให้อารมณ์กับผมได้หลากหลายจริงๆ ทั้งยังนำเอานักแสดงสุดยอด(คนแกร่ง)อมตะอย่าง สตีฟ แมคควีน และ ดัสติน ฮอฟแมน มาเจอกันอีก ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้ติดอันดับหนังในใจผมไปอีกนานทีเดียว

การขนย้ายนักโทษขึ้นเรือเพื่อไปยังคุกเฟรนช์กีอาน่า
เริ่มต้นขึ้นที่ฝรั่งเศส ประชาชนย่านนั้นต่างให้ความสนใจ
เป็นอย่างมาก
ปาปิญอง(Steve McQueen) ชายหนุ่มผู้โชคร้าย โดนศาลตัดสินสั่งจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆาตกรรมที่เขาเองไม่ได้ฆ่าใครเลย ด้วยโชคชะตาอันโชคร้ายของปาปิญอง ได้นำเขามาพบกับ
หลุยส์ เดก้า(Dustin Hoffman)อดีตนักปลอมพันธบัตรระดับชาติ
เดก้าแอบเอาเงินเข้ามาในคุกด้วยการกินลงไปในท้อง
เพื่อใช้ในการติดสินบนผู้คุมในคุก แต่เงินนี้เองได้ทำให้นักโทษหลายคนในคุก อยากจะลอบฆ่าเดก้าเพื่อเอาเงินนั้นมา

ด้วยความจริงใจของปาปิญองที่ต้องการเป็นเพื่อนกับเดก้า
ทำให้เดก้าเองตัดสินใจได้ว่า อยากให้ปาปิญองคุ้มครองเขาเป็นพิเศษระหว่างรอย้ายไปคุกที่ผู้คุมติดสินบนได้ โดยปาปิญองขอใช้เงินของเดก้าในการหนีด้วย ซึ่งเดก้าก็ตกลงในข้อเสนอนั้น
ในคืนวันนั้นเอง เดก้าเกือบถูกนักโทษ2คนฆ่าผ่าท้องเอาเงิน
แต่ไม่พ้นมือผู้คุ้มครอง นักโทษ2คนนั้นจึงถูกฆ่าปาดคอด้วยมีดของปาปิญองนั่นเอง
เมื่อเดินเรือมาถึงคุกเฟรนช์กีอาน่า ก็มีนักโทษคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเดก้าว่า รู้จักเดก้า เดก้าเป็นคนฉลาด
และเขายังบอกด้วยว่ารู้จักกับผู้คุมที่พอจะติดสินบนได้ เป็นเพื่อนเขาเอง ปาปิญองจึงวางแผนใช้เงินของเดก้าติดสินบนผู้คุมนายนั้น เพื่อให้เขากับเดก้าได้ไปทำงานข้างนอกคุก ที่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้
แล้วฉากนี้ก็มาถึง ฉากการประหารชีวิตนักโทษคนหนึ่่ง โดยนักโทษทุกๆคนจะต้องมาคุกเข่าดูการประหารครั้งนี้ด้วย [คล้ายเชือดไก่ให้ลิงดู] มีบาทหลวงเดินสวดก่อนนำนักโทษขึ้นแท่นประหาร การประหารเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมใจหายเลยทีเดียว มันค่อนข้างดิบมากๆ ใช้แค่การตัดต่อนิดหน่อย แบบว่า ขึ้นแท่นปั๊บ ..ฉึบ!! หัวขาดแล้ว 555
พอถึงวันที่ผู้คุมต้องแบ่งหน้าที่ให้นักโทษไปทำงาน เดก้าโชคไม่ดี ไปเจอผู้คุมที่โกรธแค้นเขาที่ทำให้ครอบครัวของผู้คุมคนนั้นสูญเสียทุกอย่างเพราะพันธบัตรปลอมของเดก้านั่นเอง เดก้ากับปาปิญองจึงถูกส่งไปทำงานที่ กิโล 40 !!! [ลากท่อนซุง 40 กิโล] O_o"

ในวันต่อมา เดก้าและปาปิญองได้ไปทำงานใหม่ คือการจับผีเสื้อ เดก้ารู้ดีว่าผีเสื้อที่จับนี้
ใช้ในการพิมพ์พันธบัตรสหรัฐอเมริกาได้ เดก้าจับพี่เสื้อสีน้ำเงินให้ปาปิญองนำไปให้ผู้คุม เพื่อให้ปาปิญองเข้าไปเจรจากับผู้คุมเรื่องติดสินบนเพื่อหลบหนีออกจ
ากเฟรนช์กีอาน่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี ผู้คุมบอกกับเขาว่าจะมีเรือมารอรับเขาและเพื่อนอีก1อาทิตย์
ต่อมาในวันเดียวกันนี้เอง เดก้าถูกผู้คุมทำร้ายเหตุเพราะเขาอาเจียนจากการเห็นศพเพื่อนนักโทษที่โดนฆ่าเพราะแอบหนีตอนที่อยู่ห้องพยาบาล ผู้คุมทำร้ายเดก้าอย่างไร้เหตุผล ปาปิญองจึงเข้าไปช่วยโดยเอาน้ำร้อนต้มเดือดๆ สาดเข้าหน้าผู้คุมคนนั้นจังๆ [แบบสงกรานต์บ้านเราเลย] แล้วเขาก็หนีการจับกุมเข้าไปในป่าคนเดียว ไม่นานปาปิญองก็ถูกจับกลับขึ้นเกาะ เข้าคุกขังเดี่ยว ที่ซึ่งมีกฎเหล็กคือ เงียบสนิท! ปาปิญองเริ่มปรับตัวให้เข้ากับห้องขังเดียว เขาทำตามผู้คุมสั่งทุกอย่าง
เดก้ารู้สึกสงสารปาปิญองมากที่ยอมเสี่ยงตายช่วยเขา และยังต้องถูกขังเดียวอีก เดก้าจึงแอบส่งเนื้อมะพร้าวเข้าไปให้ปาปิญองกินทุกวัน แล้วความซวยก็มาเยือนปาปิญอง เขาโดนจับได้ว่ามีคนแอบส่งเนื้อมะพร้าวมาให้กินทุกวัน ผู้คุมกดดันและบังคับให้เขาบอกชื่อของคนที่ส่งมาให้ แต่ปาปิญองก็ไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น สุดท้ายผู้คุมจึงสั่งให้ลงโทษลดอาหารครึ่งหนึ่ง และ ให้เอาผ้ามาปิดกั้นแสงไว้ เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากวันนั้นปาปิญองก้อไม่ได้เห็นแสงสว่างอีกเลย จะมีก็เพียงแสงที่ลอดผ่านรูเล็กๆ

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วปาปิญองยังคงไม่ได้เห็นแสงแดด อาหารก็ไม่เพียงพอในแต่ละวัน
ส่งผลต่อสภาวะจิตใจเขาเป็นอย่างมาก
[ถึงขั้นกินแมลงในคุก] เมื่อข่าวปาปิญองโดนลงโทษ
ไปถึงหูเดก้า เขาก็เริ่มรู้แล้วว่าอีกไม่นาน
ปาปิญองคงจะต้องพูดชื่อเขาออกมาแน่นอน
เพราะโดนลงโทษซะขนาดนี้
เมื่อครบกำหนดขังเดี่ยว 6 เดือน สภาพร่างกายของปาปิญองเปลี่ยนไปมากทีเดียว เขาดูแก่เร็วมาก ผมหงอกตาพล่ามัว เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เขายังคงถูกถามคำถามเดิมๆ จากผู้คุมคนเดิมๆ ว่า ใครส่งเนื้อมะพร้าวมาให้
แต่เขาก็ยังยืนยันคำตอบเดิม คือ "ไม่รู้" เมื่อถูกขังเดี่ยวจนครบ 6 เดือน เขาก็ได้ออกไป...
โปรดติดตาม...
